LINE : @UFA-THAI LINE : UFATH
LOGIN UFABET
USERNAME :
PASSWORD :
LOGIN NOW PARTNER OF UFABET.COM

ทำเนียบแชมป์บอลโลก

ทำเนียบแชมป์บอลโลก

ทำเนียบแชมป์บอลโลก ตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งปัจจุบันนี้

       การแข่งบอลโลกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่ประเทศอุรุกวัย ในปีคริสต์ศักราช1930 โดยมีทีมร่วมแข่งรุ่นเริ่มแรก 13 ทีม แล้วต่อจากนั้นก็จัดเรื่อยๆมาทุก 4 ปี (แต่ระหว่างครั้งที่ 3 แล้วก็ 4 ห่างกันถึง 12 ปี เหตุเพราะสงครามโลกครั้งที่ 2) กระทั่งในปี 2018 นี้ เวียนมาบรรจบเป็นครั้งที่ 21 โดยมีทีมลงแข่งขัน 32 ทีมรวมทั้งกำลังแข่งขันกันอย่างดุดันและจะรู้ผลเร็วนี้ๆนี้ ย้อนมองทำเนียบแชมป์บอลโลก ตั้งแต่สมัยก่อนจนกระทั่งตอนนี้กันหน่อย

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 1 คริสต์ศักราช 1930 : อุรุกวัย

         ในหนแรกที่จัดชิงชัย อุรุกวัยซึ่งเป็นเจ้าภาพก็สามารถเปิดฉากตำแหน่งแชมป์ไปได้ จากการแข่งขันชิงชัย 13 ทีมแบ่งเป็น 4 กรุ๊ป แล้วนำชั้น 1 ของแต่ละกรุ๊ปเข้ารอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะคู่ต่อสู้ชนะจะเหลือเพียงแค่ อุรุกวัยบราซิลซึ่งเจ้าของงานสามารถเอาชนะไปได้ด้วยประตู 4-2

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 2 คริสต์ศักราช 1934 : อิตาลี 

           บอลโลกครั้งที่ 2 มีอิตาลีเป็นเจ้าภาพ รวมทั้งยังเป็นประเทศเจ้าของงานอีกที่ครอบครองแชมป์ไปครอบครอง โดยมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางเล่นเป็นแบบแพ้คัดแยกออก ก่อนที่จะเหลือแค่อิตาลีรวมทั้งสโลวาเกียสุดท้ายข้างผู้จัดงานเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 3 คริสต์ศักราช 1938 : อิตาลี

          อิตาลีครองแชมป์บอลโลกเป็นยุคที่ 2 ต่อเนื่องกันด้วยการหวดเอาชนะฮังการีไป 4-2 จากการเตะแบบแพ้เอาออกเป็นต้นว่าเดิม

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 4 คริสต์ศักราช 1950 : อุรุกวัย

        ต่อจากการการแข่งครั้งที่ 3 มาอีก 12 ปี รวมเวลาเว้นห่างเพราะว่าสงครามโลกครั้งที่ไปด้วยแชมป์รุ่นเริ่มต้นอย่างอุรุกวัยก็สามารถทวงตำแหน่งแชมป์คืนได้อีก จากการเอาชนะบราซิลไปด้วยประตู 2-1 ชัยตอนนี้ทำเอาชาวบราซิลทุกข์ใจ เพราะเหตุว่าตามตารางคะแนนแล้วขอ เพียงแค่กลุ่มชาติบราซิลเตะให้แมตช์นี้ออกมาเท่ากันก็จะดำรงตำแหน่งแชมป์โดยทันที แต่ว่าท้ายที่สุดก็แพ้ให้กับอุรุกวัยไปอย่างโชคร้าย

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 5 คริสต์ศักราช 1954 : เยอรมนีตะวันตก

        ไฮไลท์เด็ดที่สุดในบอลโลกครั้งที่ 5 หนีไม่พ้นการคว้าชัยชนะโลกได้เป็นยุคแรกของเยอรมนีตะวันตก โดยซึ่งสามารถล้มฮังการี ซึ่งมีดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก1952 ไปได้ 3-2 ประตู ทั้งที่ฮังการียิงนำไปก่อนถึง 2 ลูก นอกเหนือจากนั้น ผลงานที่ทั้งสองพบกันในรอบแรก ฮังการียังเป็นข้างชนะแบบถล่มทลาย 8-3 ด้วยเหตุดังกล่าวนัดหมายชิงแชมป์นัดหมายนี้ก็เลยถูกเรียกว่า “The Miracle of Bern” (เบิร์น เป็นเมืองที่จัดแข่งนัดนี้)

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 6 คริสต์ศักราช1958 : บราซิล

       บอลโลกครั้งที่ 6 นี้ ชิงชัยกันบนดินแดนไวกิ้งแล้วก็เป็นทัวร์นาเมนท์แจ้งกำเนิดตำนานที่แวดวงลูกหนัง อย่าง “เปเล่” ด้วย โดยบราซิลสามารถลบล้างความหมดหวังจาก คริสต์ศักราช 1950 ได้เสร็จ ด้วยการเอาชนะเจ้าของงานประเทศสวีเดน 5-2 ทั้งเกมนี้เปเล่ยังโชว์ฝีหน้าแข้งซัด 2 ลูกเข้าไปตุงตาข่ายด้วย ส่วนแชมป์เก่าอย่างเยอรมนีตะวันตก คว้าได้เพียงแค่ชั้น 4โดยแพ้ประเทศฝรั่งเศสในรอบชิงลำดับที่สาม 3-6

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 7 คริสต์ศักราช 1962 : บราซิล

       บราซิลยังคงปกป้องตำแหน่งแชมป์ไว้ได้อีกยุคจากการเอาชนะสโลวาเกียไปได้ 3-1 ส่วนชายหนุ่มลำแข้งทองคำ เปเล่ นั้นในทัวร์นาเมนต์นี้ทำเป็นเพียงแค่ 1 ประตู ดังนี้ ถือว่าบราซิลเป็นชาติลำดับที่สองซึ่งสามารถคุ้มครองแชมป์บอลโลกได้เสร็จ ต่อจากอิตาลีซึ่งสามารถคุ้มครองป้องกันแชมป์ได้ในปี 1934 รวมทั้ง 1938

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 8 คริสต์ศักราช1966 : อังกฤษ

          บอลโลกคราวนี้ จัดขึ้นในประเทศตำรับบอลอย่างอังกฤษ รวมทั้งเป็นอังกฤษผู้เป็นเจ้าภาพนั่นเองที่ได้แชมป์ไปได้ โดยการแข่งขันชิงชัยครั้งที่ 8 นี้มีเหตุเด่น โน่นเป็น ประเทศเกาหลีเหนือสามารถชนะอิตาลี 1-0ในรอบแรก พร้อมทั้งทะลุไปสู่รอบ 8 กลุ่มในที่สุดได้เป็นครั้งแรก ก่อนแพ้ประเทศโปรตุเกสไป 3-5

ส่วนนัดหมายชิงแชมป์คราวนี้ก็เป็นที่กล่าวขวัญไปอีกนาน กับลูกยิงในช่วงต่อเวลาพิเศษของ เซอร์ เจฟฟ์ เฮิร์ต ที่ยิงชนคานก่อนกระดอนลงบนเส้นประตูอย่างเร็ว ซึ่งผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดให้เป็นประตู ทำให้อังกฤษขึ้นนำเยอรมนีตะวันตก 3-2 ท่ามกลางการโต้แย้งกันอย่างนานว่า ลูกนี้เข้าไหมเข้า อย่างไรก็ดีในที่สุดเฮิร์ตก็ยิงเพิ่มเติม 1 ประตู เอาชนะเยอรมนีตะวันตกไป 4-2 เปลี่ยนเป็นแฮตทริคที่ส่งอังกฤษทะยานเป็นแชมป์โลกทีแรก และก็ครั้งเดียวจนถึงทุกวันนี้

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 9 คริสต์ศักราช 1970 : บราซิล

บอลโลกคราวนี้จัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโก รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติยื่นข้อตกลงว่า แม้ชาติใดได้แชมป์โลกได้เป็นยุคที่ 3ก่อน ก็จะได้เจ้าของถ้วยจูลส์ ริเม่ต์ ไปครอบครอง แล้วก็แปลงเป็นบราซิลซึ่งสามารถครอบครองแชมป์โลกได้เป็นยุคที่ 3 โดยล้มอิตาลี แชมป์โลก 2 ยุคไป 4-1 ในนัดหมายชิงแชมป์ ส่วนแชมป์เก่าอังกฤษ ถูกเยอรมนีตะวันตกถอนโกรธแค้นในรอบ 8 กลุ่มในที่สุด 3-2

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 10 คริสต์ศักราช 1974 :เยอรมนีตะวันตก

         นับเป็นบอลโลกทีแรกที่ใช้ถ้วยการแข่งขันชิงชัยถ้วยใหม่  ถ้วยสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ เวิลด์ คัพ ทั้งยังยังเป็นการชิงชัยที่มีศึกสายโลหิตหมายถึงเยอรมนีตะวันตกรวมทั้งเยอรมนีทิศตะวันออกอยู่ร่วมกรุ๊ปกันในรอบแรก ซึ่งการเจอกันของทั้งคู่กลุ่มนั้น ก็เป็นฝั่งทิศตะวันออกที่เอาชนะตะวันตกไปได้1-0 แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็ควงคู่กันเข้ารอบ ส่วนรอบ 2 มีทั้งหมดทั้งปวง 8 กลุ่มแบ่งได้ 2 กรุ๊ป คัดเลือกเอาที่ 1 ของกรุ๊ปเข้าชิงแชมป์ ส่วนที่ 2 ของกรุ๊ปไปชิงที่ผลปรากฏว่า รอบชิงแชมป์เป็นการเจอกันระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับเนเธอร์แลนด์ แล้วหลังจากนั้นก็เป็นเยอรมนีตะวันตกที่ครองแชมป์โลกได้เป็นยุคที่บนแผ่นดินของตน

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 11 คริสต์ศักราช 1978 : ประเทศอาร์เจนตินา

        ประเทศอาร์เจนตินา แปลงเป็นแชมป์คนใหม่สำหรับในการแข่งฟุตบอลโลกครั้งที่ 11 โดยสามารถเอาชนะเนเธอร์แลนด์ 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทำให้เนเธอร์แลนด์จะต้องอกหักเป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องกัน นอกจากนั้นบอลโลกคราวนี้ยังเป็นบอลโลกหนสุดท้ายที่จะแข่งกัน 16 กลุ่ม

แชมป์บอลโลกครั้งที่12 คริสต์ศักราช 1982 : อิตาลี

        อิตาลีครองแชมป์บอลโลกเป็นยุคที่ 3 จากการเอาชนะเยอรมนีตะวันตก 3-1 แล้วก็เป็นการเอาชนะอีกรอบภายหลังจากห่างการเป็นผู้คว้าชัยไปถึง 44ปี นอกเหนือจากนั้น ยังเป็นครั้งแรกที่การประลองบอลโลกมากขึ้นเป็น 24ทีม รอบๆแรกแบ่งได้ 6 กรุ๊ป คัดเลือก 2 กลุ่มที่เหมาะสมที่สุดแต่ละกรุ๊ปเข้ารอบสอง รอบสองมี 12 ทีม แบ่งได้ 4 กรุ๊ป กรุ๊ปละ 3 ทีม คัดเลือกชั้น 1 ของกรุ๊ปปริมาณ 4 ทีม เข้ารอบรองชนะเลิศ รวมทั้งชิงแชมป์ถัดไป ซึ่งก็เป็นอิตาลีที่คว้าชัยไปครอบครอง

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 13 คริสต์ศักราช 1986 : ประเทศอาร์เจนตินา

        บอลโลกคราวนี้ กลับมาจัดที่ประเทศเม็กซิโกอีกรอบ เนื่องด้วยโคลอมเบียผู้จัดงาน ได้ถอนตัวออกไป ซึ่งการแข่งขันชิงชัยคราวนี้ก็ได้เกิดเหตุ มือพระผู้เป็นเจ้าพร้อมด้วยการแจ้งกำเนิดของดีเอโก้เก๋ มาราโดน่า ตำนานนักฟุตบอลประเทศอาร์เจนตินาอีกด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น เกิดขึ้นในรอบ 8 ทีมในที่สุดเมื่อประเทศอาร์เจนตินา เจอ อังกฤษ ซึ่งมาราโดน่า ได้ใช้มือปัดบอลเข้าประตูท่ามกลางผู้ชมที่มองเห็นกันทั่วสนาม นอกจากผู้ตัดสิน ทำให้ประเทศอาร์เจนตินาขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่จะมาราโดน่า จะลากฝ่าผู้เดียวครึ่งสนาม เข้าไปยิงให้ประเทศอาร์เจนตินา นำ 2-0 ก่อนเกมสิ้นสุดลงด้วยชัย 2-1 ส่วนนัดหมายชิงแชมป์ ก็เป็นประเทศอาร์เจนตินา เอาชนะ เยอรมนีตะวันตกไปได้ 3-2 ครองแชมป์โลกยุคที่ 2ในรอบ 8 ปี

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 14 คริสต์ศักราช 1990 : เยอรมนีตะวันตก

         สิ่งที่น่าดึงดูดสำหรับศึกอิตาเลียน 90 เป็นแชมป์เก่าประเทศอาร์เจนตินา เปิดสนามปราชัยแคเมอรูนแบบช็อกโลก 0-1 แม้กระนั้นนับว่าโชคดีที่ในรอบแรกยังสามารถคว้าตำแหน่งชั้น 3 ที่เหมาะสมที่สุดไปได้ ก่อนจะทะลุเข้าชิงแชมป์ไปได้อย่างหืดจับ

ส่วนไฮไลท์สำคัญของทัวร์นาเมนต์อีกเกมหนึ่งเป็น การที่เยอรมนีตะวันตกเอาชนะการดวลจุดลูกโทษอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ เข้าไปชิงแชมป์กับประเทศอาร์เจนตินา เป็นการรีแมตช์นัดหมายชิงฯ ปี 1986ก่อนที่จะอันเดรีย เบรเม่ห์ จะยิงจุดลูกโทษนาทีที่ 85 ให้เยอรมนีตะวันตก ล้างแค้นประเทศอาร์เจนตินา คว้าชัยชนะโลกยุคที่ 3

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 15 คริสต์ศักราช1994 : บราซิล

        บอลโลกคราวนี้จัดขึ้นบนแผ่นดินอเมริกา ที่เรียกบอลว่า ซอคเกอร์ (soccer) รวมทั้งเป็นครั้งจุดเกิดเหตุการณ์น่าดึงดูดมาก นับจากกลุ่มชั้นแนวหน้าอย่างอังกฤษและก็ประเทศฝรั่งเศส ไม่อาจจะผ่านรอบเลือกสรรได้การลอบฆ่าอันเดรส เอสวัวบาร์ กองหลังโคลอมเบีย ข้างหลังสกัดบอลเข้าประตูตนเอง ทำให้โคลอมเบียไม่เข้ารอบแรกท่ากล่อมลูกข้างหลังยิงประตูได้ของเบเบโต้ กองหน้าบราซิล กระทั่งมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลกดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานนักฟุตบอลของอาร์เจนติน่า ถูกตรวจเจอสารกระตุ้น ก็เลยโดนไล่กลับประเทศ หรือเหตุที่ดารานำชายตายตอนสุดท้าย เมื่อโรกางร์โต บัจโจ้ กองหน้าอิตาลี ยิงหลายประตูตั้งแต่รอบ 16 กลุ่มในที่สุด ช่วยอิตาลีให้ทะลุถึงนัดหมายชิงแชมป์ได้ แม้กระนั้นในที่สุดตนเองก็เปลี่ยนเป็นผู้ที่ยิงจุดลูกโทษพลาด ทำให้บราซิลคว้าชัยชนะโลกยุค 4

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 16 คริสต์ศักราช 1998 : ประเทศฝรั่งเศส

        บอลโลกคราวนี้จัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส และเป็นข้างเจ้าของงานซึ่งสามารถแย่งชิงถ้วยรางวัลจากแชมป์เก่าอย่างบราซิลมาได้เสร็จ ด้วยการถล่มทีมแซมบ้าถึง 3-0ยิ่งกว่านั้น บอลโลกคราวนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มร่วม 32 ทีม เนื่องจากว่ามีปริมาณชาติที่มากขึ้น จากการล่มสลายของรัสเซีย แล้วก็การแตกประเทศของยูโกสลาเวีย ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นการแจ้งกำเนิดของโครเอเชีย ประเทศสมาชิกใหม่อย่างแท้จริง เนื่องจากสามารถคว้าชั้น 3 มาครอบครองได้ ด้วยการเอาชนะยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมนี 3-0 ในรอบ 8 ทีม แล้วก็คว่ำเนเธอร์แลนด์ 2-1 ในรอบชิงที่ 3ตอนที่สถานะการณ์อื่นๆที่เลื่องลือก็มี เดวิด เบ็คแฮม ถูกใบแดงไล่ออกในเกมที่ปราชัยดวลจุดลูกโทษประเทศอาร์เจนตินา รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด จนกระทั่งแปลงเป็นแพะรับบาปของคนประเทศอังกฤษอยู่นาน รวมทั้งการแจ้งกำเนิดของไมเคิล โอเว่น อย่างเป็นทางการอีกด้วย

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 17 คริสต์ศักราช2002 : บราซิล

การแข่งขันชิงชัยคราวนี้เกิดเหตุช็อกโลกหลายสิ่งหลายอย่าง เป็นต้นว่าเต็ง 1 แล้วก็ 2 อย่างประเทศฝรั่งเศส แชมป์เก่ารวมทั้งอาร์เจนติน่า ต่างไม่เข้ารอบแรกร่วมกันทั้งสองเดวิด เบ็คแฮม ยิงจุดลูกโทษให้อังกฤษชนะประเทศอาร์เจนตินาในรอบแรก หรือการที่เจ้าของงานประเทศเกาหลีใต้ ทะลุเข้าลึกถึงรอบรองชนะเลิศ ท่ามกลางความกังขาของผู้ชมเซเนกัล ได้เล่นบอลโลกหนแรกรวมทั้งเข้าถึงรอบ 8 กลุ่มในที่สุด แล้วก็บราซิล สามารถครองแชมป์ได้เป็นยุคที่ 5 ในขณะที่มิได้เป็นกลุ่มเต็งแชมป์ โดยสามารถเอาชนะเยอรมนีไปได้ 2-0 นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกที่บอลโลกจัดขึ้นในทวีปเอเชียและก็มีผู้จัดงานร่วม เป็นประเทศญี่ปุ่นประเทศเกาหลีใต้

แชมป์บอลโลกครั้งที่ 18 คริสต์ศักราช 2006 : อิตาลี
         เป็นบอลโลกที่ไม่ค่อยมีเกมการประลองที่พลิกล็อกเท่าไรนัก โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่นัดหมายชิงแชมป์ระหว่างอิตาลีเจอประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นการลงเล่นนัดหมายท้ายที่สุดของซีเนดีน ซีดาน ผู้นำกองทัพประเทศฝรั่งเศสวีรบุรุษผู้พาทีมครองแชมป์โลกปี 1998 และก็เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ประเทศฝรั่งเศสทะลุมาถึงรอบชิงแชมป์ ซึ่งเกมนี้ซีดาน ยิงจุดลูกโทษอย่างเหนือชั้นทำให้ประเทศฝรั่งเศสขึ้นนำไปก่อน 1-0 ก่อนที่จะอิตาลีจะมาตีเสมอได้โดยมาร์โก มาเตราซซี่ แม้กระนั้น สถานะการณ์ช็อกโลกก็เกิดขึ้น เมื่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซีดานไปกระแทกใส่อกมาเตราซซี่ จนถึงถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม รวมทั้งเกมนั้น อิตาลีก็ชนะดวลจุดลูกโทษประเทศฝรั่งเศส 5-3 ครอบครองแชมป์โลกยุคที่ 4ส่วนซีดานก็ตายการค้าขายหน้าแข้งไปอย่างไม่สวยนัก

แชมป์บอลโลกครั้งที่19 คริสต์ศักราช 2010 : ประเทศสเปน
         บอลโลกคราวแรกบนแผ่นดินรอยดำทวีปประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งก็เกิดเหตุพลิกล็อกขึ้นเมื่อแชมป์โลกรวมทั้งรองแชมป์โลก อย่างอิตาลีแล้วก็ประเทศฝรั่งเศสพากันไม่เข้ารอบแรกร่วมกันทั้งสอง ในที่สุดประเทศสเปนสามารถล้มเนเธอร์แลนด์ 1-0 ในช่วงต่อเวลานัดหมายชิงแชมป์ ครอบครองแชมป์โลกยุคแรกไปครอบครอง และก็เป็นชาติยุโรปชาติแรกที่ครองแชมป์นอกทวีปได้

แชมป์บอลโลกครั้งที่20 คริสต์ศักราช 2014 : ประเทศเยอรมนี

         สำหรับบอลโลก 2014 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 ที่มีบราซิลเป็นเจ้าภาพนี้ ก็เป็นเยอรมนี ครอบครองแชมป์มาครอบครองได้เป็นยุคที่ 4

ส่วนฟุตบอลโลกปี 2018 จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ต้องมาลุ้นกันว่าใครจะเป็นแชมป์ในปีนี้ ท่านสามารถร่วมสนุนลุ้นรับรางวันมากมายที่เว็บแทงบอลออนไลน์อย่าง ufabet ได้ตลอดเวลา